นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
บทนำ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับลูกค้า
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้รับเหมา คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้บริหารระดับสูง กรรมการ
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และตัวแทน
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้มาติดต่อ
ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว
ในการใช้กล้องวงจรปิด
บทนำ
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ("บริษัท") ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล จึงจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ("นโยบายฯ) รวมถึงประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องต่างๆ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทมีการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยประกาศนโยบายฯ ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า "ข้อมูล") ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของบริษัท
คำนิยาม
     "บริษัท" หมายถึง บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทย่อยที่อยู่ในอํานาจควบคุม
     "บุคลากรของบริษัท" หมายถึง กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทที่อยู่ในอํานาจควบคุม
     "ลูกค้า" หมายถึง บุคคลทั่วไป องค์กร บริษัท ห้างร้าน/นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ ที่ซื้อสินค้า และ/หรือใช้บริการของบริษัท
     "คู่ค้า" หมายถึง บริษัท ห้างร้าน/นิติบุคคล และบุคคล ที่ซื้อ-ขายสินค้า หรือบริการให้กับบริษัท
     "ผู้มาติดต่องาน" หมายถึง บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่องาน มาเยี่ยมชม หรือมาตรวจสอบใดๆ กับบริษัทฯ ที่นอกเหนือจากการซื้อและขายสินค้าบริการ
     "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ตัวอย่างของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น
(1) ชื่อ-นามสกุล หรือชื่อเล่น
(2) เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขบัตรประกันสังคม เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต
(3) ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์
(4) ข้อมูลอุปกรณ์สำหรับการใช้งานเครือข่ายหรือเครื่องมือ เช่น IP address, MAC address และ Cookie ID เป็นต้น
(5) ข้อมูลทางชีวมิติ (Biometric) เช่น ภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ ฟิล์มเอกซเรย์ ข้อมูลสแกนม่านตา ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง รวมถึงข้อมูลทางพันธุกรรม เป็นต้น
(6) ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ทะเบียนรถ และโฉนดที่ดิน เป็นต้น
(7) ข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปยังข้อมูลข้างต้นได้ เช่น วันเกิดและสถานที่เกิด เชื้อชาติ สัญชาติ น้ำหนัก ส่วนสูง ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ (Location) ข้อมูลการแพทย์ ข้อมูลการศึกษา ข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลการจ้างงาน เป็นต้น
(8) ข้อมูลการประเมินผลการปฎิบัติงานหรือความเห็นของนายจ้างต่อการทำงานลูกจ้าง
(9) ข้อมูลบันทึกที่ใช้ติดตามตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ของบุคคล เช่น บันทึกข้อมูลการใช้งาน (Log file) เป็นต้น
(10) ข้อมูลที่สามารถใช้ในการค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลอื่นทางอินเตอร์เน็ต
     "ข้อมูล" หมายถึง สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใดๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งของนั้นเองหรือผ่านวิธีการใดๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพถ่าย ภาพวาด การบันทึกเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฎได้
     "ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ที่เกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ พันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ม่านตาหรือลายนิ้วมือ ข้อมูลสหภาพแรงงาน หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
     "ผู้ควบคุมข้อมูล" หมายถึง บริษัทผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
     "ผู้ประมวลผลข้อมูล" หมายถึง บุคคลผู้ประมวลผลข้อมูลเพื่อประโยชน์หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล
     "บุคคล" หมายถึง บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฯ ฉบับนี้
     "เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงาน ประสานงาน และให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
     "ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Sub-Processor)" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลแต่งตั้งให้ประมวลผลข้อมูลต่อไปอีกทอดหนึ่ง
นโยบายฯ และแนวปฎิบัติ
1. การเก็บรวบรวม การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
     การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล คือ การเข้าถึงและเข้าใช้บริการในระบบโปรแกรมและเว็บไซต์ เช่น ระบบโปรแกรมทางบัญชี การใช้เว็บไซต์ในการสมัครเป็นสมาชิก และไม่ได้เป็นสมาชิก เป็นต้น ซึ่งจัดให้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัท การใช้สั่งซื้อสินค้าและบริการ สอบถามข้อมูล ร้องเรียน แจ้งข้อเสนอแนะ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนได้ เพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการให้สิทธิหรือประโยชน์ สำหรับการเข้าใช้บริการตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน รวมถึงการ พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ การจัดทำการตลาดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับสินค้าและบริการ การทำวิจัย วิเคราะห์และการสำรวจตลาด การทำข้อมูลเชิงสถิติเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการใหม่
     บริษัทมีการเก็บรวบรวม การใช้ การจัดเก็บ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของข้อมูลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นในการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการดำเนินงานในด้านอื่นๆตามอำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัทซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเ ท่านั้น โดยบริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบและขอความยินยอมก่อนเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด และหรือในกรณีอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้
บริษัท อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลผ่านหลายช่องทาง ดังต่อไปนี้
1.1 เก็บรวบรวมโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น
(1) การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากการกรอกข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบกระดาษ และ/หรือ รูปแบบออนไลน์
(2) ข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลลงทะเบียนไว้กับบริษัท ในการติดต่อสอบถาม สร้างบัญชีผู้ใช้งาน การสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ ข้อเสนอแนะ หรือคำติชมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น รวมถึงผ่านทางโซเชียลมีเดีย ฯลฯ ตัวอย่างข้อมูลส่วนตัวที่ลงทะเบียนอาจหมายถึง ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ อีเมล เป็นต้น บริษัทอาจใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการติดต่อ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
1.2. ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย
     กรณีเจ้าของข้อมูลติดต่อบริษัทผ่านทางโซเชียลมีเดีย ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมอาจครอบคลุมถึง ข้อมูลโปรไฟล์จากโซเชียลมีเดียที่เจ้าของข้อมูลใช้และอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว อาทิ รูปโปรไฟล์ ที่อยู่อีเมล รายชื่อเพื่อน ซึ่งถือได้ว่าท่านอนุญาตให้บริษัท เข้าถึง เก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียนี้ได้ตามข้อกำหนดในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้
1.3. ข้อมูลจากการใช้งานของเจ้าของข้อมูล
     เมื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทอาจเก็บข้อมูลจากการใช้งาน อาทิ รหัสของเครื่อง ที่อยู่ IP รวมถึง ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลบราวเซอร์ ภาษาที่เลือกใช้ วันเวลาและระยะเวลาที่เข้าใช้งาน ข้อมูลการซื้อสินค้า ความชื่นชอบ และข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีทางการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ได้แก่ งานอดิเรก กีฬาที่ชื่นชอบ เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งาน และนำเสนอเว็บไซต์และข่าวสารต่างๆ ของบริษัท ให้สอดคล้องกับความต้องการ (ยกเว้นเจ้าของข้อมูลเลือกที่จะไม่รับข้อมูลข่าวสารจากบริษัท) ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัท เก็บรวบรวมจากผู้ใช้งานทุกคนไม่ว่าจะมีบัญชีผู้ใช้หรือมีการกรอกข้อมูลใดๆ บนเว็บไซต์นี้หรือไม่ก็ตาม
บริษัทอาจจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น หากเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลนั้น ในกรณีนี้หมายรวมถึงข้อมูลที่มาจากแหล่งการค้าอื่นๆ เช่น ฐานข้อมูลสาธารณะ และตัวแทนจัดหาข้อมูลรวมถึงข้อมูลจากบุคคลอื่นใด
2. ฐานการประมวลผลข้อมูล และวัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     การประมวลผลข้อมูล คือ บริษัทจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาประมวลผลข้อมูล โดยดำเนินการ เช่น การเก็บ บันทึก จัดระบบ จัดโครงสร้าง เก็บรักษา เปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยน การรับ พิจารณา ใช้ เปิดเผยด้วยการ ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำอื่นใดเพื่อให้เกิดความพร้อมใช้งาน การจัดวางหรือผสมเข้าด้วยกัน การจำกัด การลบ หรือการทำลาย
2.1 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานการประมวลผลข้อมูล ดังต่อไปนี้
     ฐานสัญญา (Contract) เมื่อเจ้าของข้อมูลสมัครเป็นสมาชิก หรือไม่ได้เป็นสมาชิก รวมถึงการใช้บริการด้านอื่นๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลแก่บริษัท เพื่อบริษัทจะได้นำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้นไปประมวลผลเกี่ยวกับการให้บริการตามเงื่อนไขที่ตกลงในการให้บริการ รวมถึงนำไปใช้ในการติดต่อสื่อสาร ติดตาม และแจ้งผลประโยชน์เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ตอบข้อคำถาม ซึ่งหากเจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการ ไม่สามารถจัดสิทธิและประโยชน์ตามเงื่อนไข ไม่สามารถติดต่อสื่อสาร และไม่สามารถตรวจสอบความสามารถในการเข้าทำสัญญา รวมถึงตรวจสอบความเป็นตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 24(3) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
     ฐานความยินยอม (Consent) กรณีมีความจำเป็นบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ในการประมวลผลข้อมูลเพื่อการออกแบบหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ/หรือการบริการเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือการบริการเพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท หรือเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หากเจ้าของข้อมูลไม่ประสงค์ในส่วนนี้สามารถถอนคำยินยอมได้โดยผ่านช่องทางติดต่อของบริษัท
     ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest) กรณีมีความจำเป็นบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการจัดการและจัดทำรายงานที่จำเป็นภายในบริษัท การดูแลรักษาระบบเพื่อการรักษามาตรฐานหรือพัฒนาในบริการนั้น การบริหารจัดการความเสี่ยงภายในองค์กร การควบคุมและการตรวจสอบภายใน ซึ่งมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลและการนำไปใช้ของผู้ประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 24(5) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
     ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation) กรณีมีความจำเป็นบริษัทอาจนำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ในการประมวลผลข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องอยู่ภายใต้การบังคับให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้คู่ความส่งเอกสารหรือข้อมูลในการพิจารณาคดีความ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 24(6) ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
2.2 วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทกำหนดวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
2.2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า หรือผู้มาติดต่องาน
บริษัทจัดเก็บรักษาและจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) นำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการ การจัดกิจกรรมแข่งขันชิงรางวัล กิจกรรมส่งเสริมการขาย ตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เจ้าของข้อมูลได้แจ้งความประสงค์ที่จะรับข้อมูล
(2) การตอบสนองต่อข้อซักถามและให้คำปรึกษา
(3) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของสื่อโฆษณา การแข่งขัน และการส่งเสริมการขาย
(4) ปรับปรุง ปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ รวมถึงการประเมินสถิติการเข้าเว็บไซต์ เช่น เวลาในการเยี่ยมชมร้านค้า ไม่ว่าเจ้าของข้อมูลจะเคยเยี่ยมชมมาก่อนหรือไม่ รวมถึงการเยี่ยมชมสาขาของบริษัท
(5) ทำให้เว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึง ปรับเว็บไซต์และสินค้าให้เหมาะสมกับความสนใจและความต้องการ
(6) พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการของบริษัท ตามข้อมูลและผลสำรวจทางการตลาด
(7) การให้การสนับสนุนและการบำรุงรักษาเกี่ยวกับสินค้า
(8) การออกใบรับรองการให้บริการตามการรับประกันสินค้า
(9) การให้บริการสมาชิกต่างๆ
(10) การให้บริการข้อมูล การจัดทำข้อมูลด้านสถิติ
(11) ตรวจสอบเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและปรับปรุง สินค้า กลยุทธ์ทางธุรกิจ
(12) การดำเนินงานของสัญญา
2.2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคลากรของบริษัท รวมถึง บริษัท คู่ค้า และบุคคลที่สาม
บริษัทจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) การสื่อสาร และ/หรือ การเจรจาทางธุรกิจ
(2) การจัดการข้อมูล และการประมวลผลข้อมูล อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ การรับ จ่าย ชำระเงิน
(3) การทำงานที่เกี่ยวเนื่องจากสัญญาและงานที่ได้รับมอบหมาย
2.2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้น
บริษัทจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(1) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
2.2.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับการเข้าทำงานและการลาออก ของบุคลากรของบริษัท และผู้สมัครงาน
(1) เพื่อการจัดทำฐานข้อมูล และการเก็บประวัติ (รวมถึงการฝึกงาน)
(2) เพื่อพิสูจน์ตัวตน ตรวจสอบประวัติการศึกษา และประวัติการทำงาน
(3) เพื่อการจัดทำสวัสดิการ
(4) เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
(5) เพื่อการติดต่อ ประเมินผล และบริหารความสัมพันธ์
(6) เพื่อการบริหารและจัดการความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
(7) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบ ตลอดจนแนวทางหรือข้อกำหนดต่างๆ ของหน่วยงานที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท
(8) เพื่อการปฏิบัติตามระเบียบการดำเนินการภายในของบริษัท
(9) เพื่อการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการให้บริการของบริษัท และบริหารความสัมพันธ์ของบริษัท
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผล และระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
     บริษัทจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามนโยบายของบริษัท เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์มือถือ อีเมล และข้อมูลการใช้บริการอื่นๆ ของเจ้าของข้อมูล เป็นต้น
     บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งตามที่ระบุในนโยบาย โดยบริษัทจะเก็บข้อมูลจนกว่าจะได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวนั้น และจะไม่เก็บข้อมูลดังกล่าวหากบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เว้นแต่บริษัทจำเป็นที่จะต้องดำเนินการด้วยเหตุผลตามกฎหมาย
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลในประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้
ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เพศ ภาพถ่าย ลายมือชื่อ
ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ช่องทางการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลด้านการทำงานและธุรกิจ เช่น ตำแหน่งงาน ประวัติการทำงาน ข้อมูลคู่ค้า ข้อมูลการทำสัญญา การชำระเงิน
ข้อมูลด้านเทคนิคและการใช้งานระบบ เช่น IP Address, Log File, ข้อมูลการเข้าใช้งานระบบ, กล้องวงจรปิด (CCTV)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวมิติ (ภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ) ข้อมูลประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ บริษัทจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเมื่อมีฐานกฎหมายรองรับและใช้มาตรการคุ้มครองในระดับสูง
4. ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลอาจเปิดเผย
     บริษัทอาจทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้สอบบัญชีของบริษัท ผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท และหน่วยงานราชการตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
     สิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น และในกรณีเจ้าของข้อมูลมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์ โดยสิทธิของท่านมีดังต่อไปนี้
5.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
เจ้าของข้อมูลสามารถเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่กับบริษัท
5.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
โดยขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับเจ้าของข้อมูลได้ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
5.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
โดยขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ได้
5.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
โดยการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลด้วยเหตุบางประการได้
5.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการได้
5.6 สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือเจ้าของข้อมูลเอง ด้วยเหตุบางประการได้
5.7 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเหตุบางประการได้
5.8 สิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากเจ้าของข้อมูลเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6. กระบวนการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
     เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอใช้สิทธิเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบตัวตนและพิจารณาคำขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ขั้นตอน วิธีการ และแบบฟอร์มให้เป็นไปตาม “ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (DSAR Procedure)” ของบริษัท
     การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้น เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ทราบด้วย
     การร้องขอใดๆ ตามรายการข้างต้นนั้น เจ้าของข้อมูลจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่เกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
     ข้อจำกัดในการให้บริการด้านต่างๆ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลขอให้บริษัท ลบ ทำลาย ระงับ ขอให้โอน การคัดค้านหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับบริษัทในการทำธุรกรรมหรือการให้บริการกับเจ้าของข้อมูลในบางกรณีได้ ทั้งนี้ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของการยินยอมใช้บริการด้านต่างๆ และ/หรือตามที่กฎหมายกำหนด
7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
7.1 จัดให้มีวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
7.2 จัดการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความปลอดภัยเมื่อข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและธุรกิจอีกต่อไป หากเจ้าของข้อมูลมีเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกละเมิดโดยบริษัท กรุณาติดต่อบริษัทผ่านช่องทางการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
     รหัสผ่านของเจ้าของข้อมูลมีความสำคัญสำหรับบัญชีการใช้บริการ กรุณาใช้ตัวเลข ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน และไม่แบ่งปันรหัสผ่านแก่ผู้อื่น หากมีการแบ่งปันรหัสผ่านแก่ผู้อื่น เจ้าของข้อมูลเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำต่างๆ ที่ได้กระทำในนามหรือผ่านทางบัญชีการใช้บริการของเจ้าของข้อมูลและผลที่ตามมา หากไม่สามารถควบคุมรหัสผ่านได้ อาจส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ส่งให้แก่บริษัท เจ้าของข้อมูลอาจต้องยอมรับนิติกรรมใดๆ ที่กระทำลงในนามของเจ้าของข้อมูล ดังนั้นหากรหัสผ่านถูกเปิดเผยหรือไม่เป็นความลับไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ หรือมีเหตุที่อาจเชื่อได้ว่ารหัสผ่านนั้นถูกเปิดเผยหรือไม่เป็นความลับ เจ้าของข้อมูลควรติดต่อบริษัทเพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน อีกทั้งให้ออกจากระบบบัญชีการใช้บริการ (Log off) และปิดบราวเซอร์ (Browser) ทุกครั้งที่ใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ
7.3 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลด้วยรูปแบบเอกสาร มีการจัดเก็บในตู้เก็บเอกสารโดยต้องมีกุญแจเปิด-ปิด เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
7.4 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือระบบสารสนเทศ ต้องมีรหัส (Password) เฉพาะคนที่เก็บรักษาเท่านั้น
7.5 การเข้าใช้ข้อมูลส่วนบุคคล สามารถเพิ่มเติมได้ แต่จะลบ จะเปลี่ยนแปลง จะนำออกเองโดยพลการไม่ได้ ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมข้อมูล
8. การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูล
     บริษัทเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลต่อเมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาท ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย โดยสามารถยื่นคำร้องขอเรื่องต่างๆ ตามสิทธิของเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูล ผู้สืบสิทธิ ทายาท ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย มีการคัดค้าน การจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใดๆ เช่น การแจ้งปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือลบข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการบันทึกหลักฐานคำคัดค้านกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย
9. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้หน่วยงานต่างๆ
     บริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม สามารถแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมกับบุคคลภายนอกที่เชื่อถือได้ และบุคคลภายนอกดังกล่าวอาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศดังต่อไป
9.1 ตัวแทนสื่อโฆษณา การตลาด หรือการส่งเสริมการขายของบริษัท เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของสื่อโฆษณา การตลาด และการส่งเสริมการขาย รวมถึงบริษัทย่อย สาขาของบริษัท และคู่ค้าทางธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศ
9.2 บุคคลภายนอกที่มีหน้าที่ส่งสินค้าหรือให้บริการ เช่น การจัดส่งสินค้าหรือพัสดุตามคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ใดๆ
9.3 บุคคลภายนอกที่บริษัทได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลให้เปิดเผยข้อมูล
9.4 ผู้ใช้บังคับกฎหมาย หรือหน่วยงานราชการที่มีอำนาจร้องขอให้เปิดเผยข้อมูล
9.5 ผู้วิเคราะห์เว็บไซต์ เช่น Google เป็นต้น
10. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
ผู้ควบคุมข้อมูลอาจส่งหรือโอนข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปยังต่างประเทศได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
10.1.ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
10.2. ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล โดยที่เจ้าของข้อมูลได้รับแจ้งและรับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลนั้นแล้ว
10.3. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
10.4. เป็นความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
10.5.เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลกับบุคคลอื่นโดยเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
10.6. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลใดๆ เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
10.7. เป็นความจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
11. การกำกับดูแลผู้ประมวลผลข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง
11.1. บริษัทจะใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement: DPA) ซึ่งกำหนดหน้าที่ ความรับผิด และมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างชัดเจน
11.2. การแต่งตั้งผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Sub-Processor) ต้องได้รับความเห็นชอบจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ประมวลผลข้อมูลต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงเสมือนเป็นการกระทำของตนเอง
11.3. การตรวจสอบหรือประเมินการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูล บริษัทมีสิทธิในการตรวจสอบหรือประเมินการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลของผู้ประมวลผลข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงตามระยะเวลาที่เหมาะสม
11.4. ขั้นตอนและวิธีการคัดเลือก กำกับดูแล และประเมินผู้ประมวลผลข้อมูล ให้เป็นไปตาม “ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการบริหารจัดการผู้ประมวลผลข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Processor & Sub-Processor Management Procedure)” ของบริษัท
12. การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทกำหนดหลักการและกรอบการกำกับดูแลกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Breach) เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
12.1. การตรวจพบและการประเมินเหตุ
เมื่อมีเหตุหรือข้อสงสัยว่ามีการเข้าถึง ใช้ เปิดเผย สูญหาย แก้ไข หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินลักษณะของเหตุ ขอบเขตของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ และระดับความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า
12.2. การแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่เหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะดำเนินการแจ้งเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ทราบโดยไม่ชักช้า และภายในระยะเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสอง (72) ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ พร้อมรายละเอียดอย่างน้อยเกี่ยวกับ (1) ลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูล (2) ประเภทและปริมาณของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ (3) ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (4) มาตรการที่ได้ดำเนินการหรือจะดำเนินการเพื่อแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
12.3. การแจ้งเจ้าของข้อมูล
ในกรณีที่เหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะแจ้งเหตุให้เจ้าของข้อมูลทราบโดยไม่ชักช้า ผ่านช่องทางที่เหมาะสมและสามารถติดต่อเจ้าของข้อมูลได้โดยตรง เช่น โทรศัพท์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ข้อความสั้น (SMS) จดหมายลงทะเบียน เว็บไซต์ของบริษัท หรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่บริษัทใช้ติดต่อกับเจ้าของข้อมูลเป็นปกติ โดยต้องระบุลักษณะของเหตุ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แนวทางการป้องกันหรือบรรเทาความเสียหาย และช่องทางติดต่อของบริษัทหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
12.4. การกำกับดูแลและการทบทวน
บริษัทจะกำหนดให้ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ติดตาม และทบทวนแผนและมาตรการรับมือเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ขั้นตอน วิธีการ และแบบฟอร์มที่ใช้ในการรับแจ้ง ตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยง การแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง และการแจ้งเจ้าของข้อมูล ให้เป็นไปตาม “ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Incident Response Procedure)” ของบริษัท
13. การลบ ทำลาย และการทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
13.1. การลบหรือทำลายข้อมูล
บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการเข้าถึง การกู้คืน หรือการนำข้อมูลกลับมาใช้ได้อีกโดยมิชอบ
13.2. การทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้อีกต่อไป หรือบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อการวิเคราะห์เชิงสถิติ การวิจัย หรือการพัฒนาระบบ บริษัทอาจดำเนินการทำให้ข้อมูลอยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymization) โดยต้องไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังเจ้าของข้อมูลได้อีก
13.3. การบันทึกหลักฐาน
การลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ต้องมีการบันทึกเป็นหลักฐาน และให้เป็นไปตามระยะเวลาการเก็บรักษาที่กำหนดไว้ในบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (ROPA) และ “ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล (Data Retention and Disposal Procedure)” ของบริษัท
14. เอกสารแนวปฏิบัติและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
     เพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ บริษัทได้จัดทำเอกสารแนวปฏิบัติและระเบียบปฏิบัติแยกต่างหากจากนโยบายฉบับนี้ เพื่อกำหนดขั้นตอน วิธีการ และกระบวนการดำเนินงานในรายละเอียด โดยอย่างน้อยประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (DSAR Procedure)
(2) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Incident Response Procedure)
(3) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการคัดเลือกและกำกับดูแลผู้ประมวลผลข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Processor & Sub-Processor Management Procedure)
(4) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการเก็บรักษา การลบ และการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล (Data Retention and Disposal Procedure)
(5) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
(6) ระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA Procedure)
เอกสารแนวปฏิบัติดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารภายในของบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบุคลากรของบริษัท ผู้ประมวลผลข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือขัดแย้งกันระหว่างนโยบายฉบับนี้กับเอกสารแนวปฏิบัติ ให้ยึดถือนโยบายฉบับนี้เป็นหลัก และให้ตีความเอกสารแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายฉบับนี้และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
15. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย
     บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ตามความจำเป็นและเหมาะสม หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ ข้อบังคับ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ บริษัทจะประกาศและเปิดเผยบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัท หรือด้วยวิธีการอื่นที่เหมาะสม
16. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล มีการจัดเก็บตามกรอบเวลาในการดำรงสถานะการเป็นบุคลากรของบริษัท คู่ค้า ลูกค้า ผู้มาติดต่องานหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง การเป็นสมาชิกและคู่สัญญา โดยจัดเก็บไว้ไม่เกิน 10 ปี สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลไว้แก่บริษัทเพื่อประโยชน์ของตน
17. ช่องทางการติดต่อ
     หากเจ้าของข้อมูลมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ สามารถติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 1/11 ถนนลำลูกกา ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
โทรศัพท์ : 02-791-0111 E-mail: dpo@pdgth.com
วัน-เวลาทำการ: 08:00-17:30 น. (ยกเว้น วันเสาร์-วันอาทิตย์ วันหยุดราชการหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์)
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569
ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับลูกค้า
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (“ท่าน”) และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับลูกค้า เพื่ออธิบายถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทมีความจําเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด รูปถ่าย สัญชาติ อาชีพ เลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ตำแหน่ง เป็นต้น
     ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย สถานที่ทำงาน เป็นต้น
     ข้อมูลบัญชี เช่น บัญชีผู้ใช้งาน ประวัติการใช้งาน เป็นต้น
     ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครใช้บริการของบริษัท เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาหนังสือรับรองบริษัท เป็นต้น
     ข้อมูลการทำธุรกรรมและการเงิน เช่น ประวัติการสั่งซื้อสินค้า และ/หรือบริการของบริษัท บัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต หน้าบัตรเครดิต หลังบัตรเครดิต เป็นต้น
     ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address, Cookie ID, ประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Activity Log) เป็นต้น
     ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามที่ปรากฏในเอกสารระบุตัวตน ได้แก่ ศาสนา รูปพรรณสัณฐานของบุคคล โดยบริษัทจะประมวลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้กับบริษัทโดยตรง : บริษัทเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการกรอกข้อมูลลงในเอกสาร หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่บริษัทกำหนด รวมถึงจากการทำสัญญา และส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับบริษัท
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลโดยอัตโนมัติ : บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดูนโยบายการใช้คุกกี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอก : บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม และ/หรือบุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล โดยบริษัทเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่บริษัทได้ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทาง ดังนี้
     สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลโซเชียลมีเดีย หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลที่สาม
     หน่วยงานของรัฐ รวมถึงบุคคลใด ๆ ที่ดำเนินการในนามของหน่วยงานเหล่านั้น
     ข้อมูลที่ได้จากการโต้ตอบทางโทรศัพท์ อีเมล การเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท และข้อมูลที่ได้จาก หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการสมัครใช้บริการของบริษัท
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
     - เพื่อใช้ประกอบสัญญา ข้อตกลงและเงื่อนไข
     - เพื่อปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลงและเงื่อนไข (Terms and Conditions)
     - เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการปรับปรุงสินค้า บริการ หรือประสบการณ์การใช้งาน
     - เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัท
     - เพื่อการตลาดและการส่งเสริมการขาย
     - เพื่อการบริการหลังการขาย
     - เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ
     - เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ
     - เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานราชการ
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้ระบุไว้ตามข้อ 3 ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน หรือระยะเวลาที่บริษัทยังมีการให้สิทธิประโยชน์แก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในบริษัท
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 12. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดตามให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือตามที่กฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้อนุญาตให้เปิดเผยได้
     - หน่วยงานกำกับดูแลด้านกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
     - หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมสรรพกร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
     - หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ (ในประเทศไทยหรือที่อื่นใด) ที่มีความเกี่ยวข้องกับหมายเรียก คำสั่งศาล กระบวนการหรือข้อกำหนดทางกฎหมายอื่น ๆ ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย
     - ผู้บริหารและพนักงานเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น
     - ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัท หรือร่วมกับบริษัท เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ และมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัท
     - บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ
     บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ PDPA กำหนด โดยในบางกรณีบริษัทอาจขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศดังกล่าว
9. การโฆษณาและการตลาด
     เว็บไซต์ของบริษัทอาจแสดงโฆษณาจากบุคคลที่สามเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการของบริษัท เช่น Google AdSense, BuySellAds เป็นต้น บุคคลที่สามเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการเหล่านี้เท่านั้น และมีหน้าที่ไม่เปิดเผยหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น
     บริษัทจะไม่ใช้ระบบการตัดสินใจอัตโนมัติ (automated decision-making)โดยปราศจากการบุคคลกำกับดูแล รวมถึงการทำโปรไฟล์ลิ่ง (profiling) ในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับท่านอย่างมีนัยสำคัญ
     บริษัทอาจส่งข้อมูลหรือจดหมายข่าวไปยังอีเมลของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอสิ่งที่ท่านสนใจ หากท่านไม่ต้องการรับการติดต่อสื่อสารจากบริษัทผ่านทางอีเมลอีกต่อไป ท่านสามารถกด “ยกเลิกการติดต่อ” ในลิงก์อีเมลหรือติดต่อมายังอีเมลของบริษัทได้
10. นโยบายคุกกี้ (Cookies)
     เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของท่านให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทอาจใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน เพื่อพัฒนาการเข้าถึงสินค้าหรือบริการ โฆษณาที่เหมาะสม และติดตามการใช้งานของท่าน บริษัทอาจใช้คุกกี้เพื่อระบุและติดตามผู้ใช้งานเว็บไซต์และการเข้าถึงเว็บไซต์ของบริษัท ในกรณีที่บริษัทใช้คุกกี้และหากท่านไม่ต้องการให้มีคุกกี้ไว้ในคอมพิวเตอร์ของท่าน ท่านสามารถตั้งค่าบราวเซอร์เพื่อปฏิเสธคุกกี้ก่อนที่จะใช้เว็บไซต์ของบริษัทได้
11. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
12. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้รับเหมา คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (“ท่าน”) และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัท และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้รับเหมา คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่ออธิบายถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทมีความจําเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด รูปถ่าย สัญชาติ อาชีพ เลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ตำแหน่ง เป็นต้น
     ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย สถานที่ทำงาน เป็นต้น
     ข้อมูลบัญชี เช่น บัญชีผู้ใช้งาน ประวัติการใช้งาน เป็นต้น
     ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครใช้บริการของบริษัท เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาหนังสือรับรองบริษัท เป็นต้น
     ข้อมูลการทำธุรกรรมและการเงิน เช่น ประวัติการสั่งซื้อสินค้า และ/หรือบริการของบริษัท บัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต หน้าบัตรเครดิต หลังบัตรเครดิต เป็นต้น
     ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address, Cookie ID, ประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Activity Log) เป็นต้น
     ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามที่ปรากฏในเอกสารระบุตัวตน ได้แก่ ศาสนา รูปพรรณสัณฐานของบุคคล โดยบริษัทจะประมวลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้กับบริษัทโดยตรง : บริษัทเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการกรอกข้อมูลลงในเอกสาร หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่บริษัทกำหนด รวมถึงจากการทำสัญญา และส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านปรากฏอยู่มาให้กับบริษัท
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลโดยอัตโนมัติ : บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดูนโยบายการใช้คุกกี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอก : บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม และ/หรือบุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล โดยบริษัทเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่บริษัทได้ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทาง ดังนี้
     สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลโซเชียลมีเดีย หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลที่สาม
     หน่วยงานของรัฐ รวมถึงบุคคลใด ๆ ที่ดำเนินการในนามของหน่วยงานเหล่านั้น
     ข้อมูลที่ได้จากการโต้ตอบทางโทรศัพท์ อีเมล การเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท และข้อมูลที่ได้จาก หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการสมัครใช้บริการของบริษัท
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
     - เพื่อใช้ประกอบสัญญา ข้อตกลงและเงื่อนไข
     - เพื่อปฏิบัติตามสัญญา ข้อตกลงและเงื่อนไข (Terms and Conditions)
     - เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการปรับปรุงสินค้า บริการ หรือประสบการณ์การใช้งาน
     - เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัท
     - เพื่อการตลาดและการส่งเสริมการขาย
     - เพื่อการบริการหลังการขาย
     - เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ
     - เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ
     - เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานราชการ
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ตามข้อ 3 ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน หรือระยะเวลาที่บริษัทยังมีการให้สิทธิประโยชน์แก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในบริษัท
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 12. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดตามให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือตามที่กฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้อนุญาตให้เปิดเผยได้
     - หน่วยงานกำกับดูแลด้านกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)
     - หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมสรรพกร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
     - หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ (ในประเทศไทยหรือที่อื่นใด) ที่มีความเกี่ยวข้องกับหมายเรียก คำสั่งศาล กระบวนการหรือข้อกำหนดทางกฎหมายอื่น ๆ ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย
     - ผู้บริหารและพนักงานเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น
     - ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัท หรือร่วมกับบริษัท เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ และมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัท
     - บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ
     บริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้ทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ PDPA กำหนด โดยในบางกรณีบริษัทอาจขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศดังกล่าว
9. การโฆษณาและการตลาด
     เว็บไซต์ของบริษัทอาจแสดงโฆษณาจากบุคคลที่สามเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการของบริษัท เช่น Google AdSense, BuySellAds เป็นต้น บุคคลที่สามเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการเหล่านี้เท่านั้น และมีหน้าที่ไม่เปิดเผยหรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น
     บริษัทจะไม่ใช้ระบบการตัดสินใจอัตโนมัติ (automated decision-making)โดยปราศจากการบุคคลกำกับดูแล รวมถึงการทำโปรไฟล์ลิ่ง (profiling) ในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับท่านอย่างมีนัยสำคัญ
     บริษัทอาจส่งข้อมูลหรือจดหมายข่าวไปยังอีเมลของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอสิ่งที่ท่านสนใจ หากท่านไม่ต้องการรับการติดต่อสื่อสารจากบริษัทผ่านทางอีเมลอีกต่อไป ท่านสามารถกด “ยกเลิกการติดต่อ” ในลิงก์อีเมลหรือติดต่อมายังอีเมลของบริษัทได้
10. นโยบายคุกกี้ (Cookies)
     เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของท่านให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทอาจใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน เพื่อพัฒนาการเข้าถึงสินค้าหรือบริการ โฆษณาที่เหมาะสม และติดตามการใช้งานของท่าน บริษัทอาจใช้คุกกี้เพื่อระบุและติดตามผู้ใช้งานเว็บไซต์และการเข้าถึงเว็บไซต์ของบริษัท ในกรณีที่บริษัทใช้คุกกี้และหากท่านไม่ต้องการให้มีคุกกี้ไว้ในคอมพิวเตอร์ของท่าน ท่านสามารถตั้งค่าบราวเซอร์เพื่อปฏิเสธคุกกี้ก่อนที่จะใช้เว็บไซต์ของบริษัทได้
11. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
12. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้บริหารระดับสูง/ คณะกรรมการบริษัท
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของบรษัท และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงจัดทำประกาศประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริษัทฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริษัท (“ท่าน”) ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) ซึ่งอาจเกิดขึ้น ตลอดจนแจ้งให้ท่านทราบถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และช่องทางการติดต่อเรา ดังต่อไปนี้
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยการขอหรือสอบถามข้อมูลเหล่านั้นจากท่านโดยตรง ในบางกรณีบริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากแหล่งอื่น ทั้งนี้ บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
     ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ สถานภาพการสมรส ลายมือชื่อ ภาพถ่า
     ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
     ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร เงินเดือน
     ข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ชื่อ สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชนของ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร คู่สมรสของบุตร พี่น้อง ข้อมูลการดำรงตำแหน่ง รายละเอียดการถือหุ้น เป็นต้น
     ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ
     ข้อมูลการบันทึกภาพหรือเสียงระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น การบันทึกภาพโดยกล้องวงจรปิด
     ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบันทึกภาพนิ่ง การบันทึกวิดีโอและหรือเสียง
     ข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงสุด และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด ทั้งในส่วนของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย
     ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของบริษัท ข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านได้กรอกหรือให้ไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Application ข้อมูลในการเข้าชมเว็บไซต์ (Browsing Information) เช่น ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลที่อยู่ IP (IP Address) เป็นต้น
     ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เช่น วุฒิการศึกษา ประวัติการทำงาน การดำรงตำแหน่ง ประวัติการฝึกอบรม การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด การบันทึกเสียงสนทนาจากการประชุมต่างๆ เป็นต้น
     บริษัท ไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลศาสนาและหมู่โลหิตที่ปรากฏอยู่ในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ใดโดยเฉพาะ ในกรณีที่ท่านได้มอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่บริษัทขอให้ท่านปกปิดข้อมูลดังกล่าว หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลข้างต้น ถือว่าท่านอนุญาตให้บริษัทดำเนินการปกปิดข้อมูลเหล่านั้น และถือว่าเอกสารที่มีการปกปิดข้อมูลดังกล่าว มีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ตามกฎหมายทุกประการ ทั้งนี้ หาก บริษัทไม่สามารถปกปิดข้อมูลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการ บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น
     อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เพื่อวัตถุประสงค์ใดที่บริษัท ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายในการประมวลผลได้ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน ทั้งนี้ บริษัทอาจมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน ดังนี้
     ข้อมูลศาสนา
     ประวัติอาชญากรรม
     ข้อมูลสุขภาพ เช่น ประวัติการรักษา ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้ยา หมู่โลหิต
     เชื้อชาติ
     ข้อมูลชีวภาพ เช่น แบบจำลองใบหน้า ลายนิ้วมือ
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับเราไว้โดยตรง : บริษัทเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การบอกกล่าวด้วยวาจา การทำสัญญาข้อตกลงใดๆ กับบริษัท นามบัตร การให้ข้อมูลแก่บริษัทอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน เป็นต้น
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอก : บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่นใดที่แนะนำท่านแก่บริษัท รวมถึงแหล่งสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ต่างๆ โซเชียลมีเดีย หน่วยงานราชการ บุคคลภายนอกอื่น ๆ เป็นต้น
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
| ข้อที่ | วัตถุประสงค์ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| 1.1 | เพื่อดำเนินการที่จำเป็นในการพิจารณาและคัดเลือกกรรมการบริษัท หรือผู้บริหารระดับสูงสุด ซึ่งหมายความรวมถึงขั้นตอนการประเมินคัดเลือก และแต่งตั้ง รวมถึงกระบวนการบริหารงานภายในอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงสุด | การปฏิบัติตามสัญญา ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย |
| 1.2 |
เพื่อการดำเนินการต่าง ๆ ระหว่างการดำเนินการต่าง ๆ ในกรณีที่ท่านเป็นผู้แทนหรือกระทำการในนามของของบริษัท เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย -การจ่ายค่าตอบแทนให้แก่กรรมการบริษัท หรือผู้บริหารระดับสูงสุด รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าตอบแทน -การจัดทำและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงข้อมูลประวัติกรรมการบริษัท หรือผู้บริหารระดับสูงสุด เพื่อเป็นฐานข้อมูลของบริษัท -การส่งเอกสาร ระเบียบวาระการประชุม -การเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์บริษัท และ/หรือการส่งให้หน่วยงานภายนอกเพื่อประกอบการสมัครเรียนหลักสูตรต่าง ๆ การรับรางวัล หรือกิจกรรมอื่นใดซึ่งท่านเข้าร่วมในฐานะกรรมการบริษัท หรือผู้บริหารระดับสูงสุด -การเปิดเผยข้อมูล เช่น ประวัติ ชื่อ-นามสกุล ข้อมูลการถือหลักทรัพย์ อายุ การศึกษา ประวัติการทำงาน และการดำรงตำแหน่งกรรมการ เป็นต้น ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์ เป็นต้น ให้กับบุคคลภายนอกได้รับทราบ -การเก็บ ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูงสุด ของบริษัท เพื่อการดำเนินกิจการและบริหารจัดการธุรกิจของบริษัท รวมถึงเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมของบริษัท -การเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล (KYC) ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับธนาคาร -การเปิดเผยและรายงานข้อมูลของกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงให้กับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ -การตรวจสอบข้อมูลการมีส่วนได้เสียของกรรมการ ผู้บริหารระดับสูงสุดและบุคคลที่เกี่ยวข้องของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด รายการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัท เพื่อเก็บรวบรวมเป็นข้อมูล และรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น การถือครองหลักทรัพย์ การรายงาน strategic shareholder ให้กับหน่วยงานกำกับได้รับทราบ -การเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามเกณฑ์การประเมินต่าง ๆ ที่บริษัท เข้าร่วม |
การปฏิบัติตามสัญญา ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย |
| 1.3 | เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสมัครเข้าใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเปิดสิทธิการเข้าถึงหรือใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 1.4 | เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงกระบวนการแต่งตั้ง จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง หรือการดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง | การปฏิบัติตามกฎหมาย |
| 1.5 | เพื่อการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง หน่วยงาน และภาพถ่าย-ภาพเคลื่อนไหว ในกรณีที่ท่านเข้าร่วมการประชุม กิจกรรมหรือดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมลภายในบริษัท เว็บไซต์ของบริษัท หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ หรือสื่ออื่น ๆ เช่น โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ เป็นต้น | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 1.6 | เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท รวมถึงการติดต่อขอออกบัตรเพื่อเข้าปฏิบัติงานในสถานที่ของบริษัท การแลกบัตรเข้าออกอาคาร การขอสติกเกอร์ติดรถยนต์ การบันทึกข้อมูลการเข้าออกสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพภายในอาคารหรือสำนักงาน หรือสาขาด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อการติดต่อสื่อสารในกรณีจำเป็น หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| 1.7 | เพื่อการบริหารจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของท่าน | การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพบุคคล |
| 1.8 | เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร | การปฏิบัติตามกฎหมาย |
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ตามข้อ 3 ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน หรือระยะเวลาที่บริษัทยังมีการให้สิทธิประโยชน์แก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในบริษัท
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 10. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
     สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
     สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
     สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
     สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
     สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
     สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูล รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือการขายกิจการ หรือการถ่ายโอนสินทรัพย์อื่น ๆ โดยฝ่ายที่รับโอนต้องปฏิบัติกับข้อมูลของคุณในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายนี้ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามความยินยอมของคุณ หรือตามกฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไป
     - ผู้บริหารและพนักงานเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น
     - หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย(IOD) ศาล ตำรวจ
     - ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ให้แก่บริษัท เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย ธนาคารที่บริษัทมีการทำธุรกรรมทางการเงิน การลงทุน
     - บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่คุณให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ PDPA กำหนด โดยในบางกรณีบริษัทอาจขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศดังกล่าว
9. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
10. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และตัวแทนของบุคคลดังกล่าว
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในฐานะผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งในกรณีที่ท่านเป็นผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าว (ซึ่งเรียกว่า “ตัวแทน”) ด้วย และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านได้รับความคุ้มครองและปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 กำหนด ดังต่อไปนี้
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทมีความจําเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือตัวแทนของท่าน ดังต่อไปนี้
     ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ลายมือชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล สถานภาพ ภาพถ่าย เลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลหนังสือเดินทาง หรือข้อมูลบัตรที่ออกโดยรัฐบาล/หน่วยราชการอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน และเลขทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์
     ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ฯลฯ
     ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร (ที่ใช้ในการรับผลประโยชน์กรณีจ่ายเงินปันผล เงินต้น และ/หรือดอกเบี้ย) จำนวนหุ้น/หุ้นกู้ (หน่วย)
     ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เช่น ภาพบันทึกภาพนิ่ง หรือวิดีโอ
     ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เช่น อาชีพ
     ข้อสงวนสิทธิ์ : กรณีที่บริษัท จำเป็นต้องขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวปรากฏอยู่ เช่น ข้อมูลศาสนา หมู่โลหิต เชื้อชาติ บริษัท ขอเรียนว่า บริษัทไม่มีความประสงค์ที่จะเก็บข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัท ขอให้ท่านเจ้าของข้อมูลปิดทึบข้อมูลอ่อนไหว ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ปิดทึบข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวด้วยตนเอง บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการเช่นว่านั้นแทนท่าน โดยไม่ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลอ่อนไหวของท่านแต่อย่างใด และถือว่าเอกสารที่มีการปกปิดข้อมูลดังกล่าว มีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ตามกฎหมายทุกประการ
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือตัวแทนของท่าน โดยการขอข้อมูลจากท่านโดยตรง เช่น การให้ท่านกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด หรือสอบถามจากท่าน หรือขอให้ท่านส่งเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัท แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีบางกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น เช่น ทะเบียนหลักทรัพย์ หรือ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (TSD)
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
| วัตถุประสงค์ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
| 3.1 เพื่อการบริหารจัดการบริษัท เช่น การเริ่มจัดตั้ง การเพิ่มทุน ลดทุน การปรับโครงสร้างกิจการ การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน | การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| 3.2 เพื่อการบริหารจัดการทะเบียนผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นกู้ การมอบฉันทะ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ ของการเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง | การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| 3.3 เพื่อการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น หรือการจ่ายคืนเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยแก่ผู้ถือหุ้นกู้ |
การปฏิบัติตามกฎหมาย(Legal Obligation) การปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis) |
| 3.4 เพื่อการจัดประชุม การเข้าร่วมประชุมผุ้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ การจัดเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ และการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ที่เข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น เช่น การจัดเตรียมสถานที่ การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) |
| 3.5 เพื่อการบันทึกภาพ เสียง และ/หรือวิดีโอระหว่างการประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับชมในภายหลัง หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของบริษัท หรือเพื่อประโยชน์ของผู้เข้าร่วมประชุม | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) |
| 3.6 เพื่อบันทึกการประชุมและการจัดทำรายงานการประชุมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) |
| 3.7 เพื่อการจัดทำบัญชีและรายงาน การตรวจสอบเอกสารตามกฎหมาย | การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| 3.8 เพื่อเป็นฐานข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสีย (STAKEHOLDER) ของบริษัท และ/หรือใช้ข้อมูลเพื่อการการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท หรือการส่งข่าวสารหรือข้อเสนอใด ๆ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) |
| 3.9 เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดีต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมาย | ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) |
| 3.10 เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และการรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หรือองค์กรอิสระ | การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) |
| 3.11 เพื่อการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมโรคติอต่อ | เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพบุคคล (Vital Interest) |
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมเพื่อการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น การจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยแก่ผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการทะเบียนผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นกู้ การมอบฉันทะ เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทในการปฏิบัติตามสัญญา หรือข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ และปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับ รวมถึงเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น บริษัทอาจไม่สามารถบริหารหรือจัดการสัญญาผู้ถือหุ้นและผู้ผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี) ได้
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ตามข้อ 3 ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน หรือระยะเวลาที่บริษัทยังมีการให้สิทธิประโยชน์แก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในบริษัท
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 10. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
     สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
     สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
     สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
     สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
     สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
     สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
     บริษัทย่อย บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มสามารถ เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้น
     หน่วยงานรัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล หน่วยงานกำกับดูแล (เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี เป็นต้น) หรือ บุคคลอื่น เมื่อบริษัทมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลภายนอก หรือความปลอดภัยของบุคคล รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามที่จำเป็นแก่การโอนหรือรับ โอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ของบริษัท
     ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการจัดกิจกรรมและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และตัวแทนของบุคคลดังกล่าว ผู้ตรวจสอบบัญชี สถาบันการเงิน ผู้รับประกันและตัวแทนหรือนายหน้าของผู้รับประกัน บริษัทหลักทรัพย์ พันธมิตรและคู่ค้าธุรกิจ ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการทางวิชาชีพ และบุคคลอื่นที่จำเป็นเพื่อให้สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
     สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อใช้ในการเผยแพร่รายงานการประชุมและประชาสัมพันธ์การประชุม
     ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     บริษัทอาจมีการเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ของผู้ให้บริการที่อยู่ต่างประเทศ และอาจมีการประมวลผลข้อมูลโดยใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันสำเร็จรูปของผู้ให้บริการในต่างประเทศ ทั้งนี้ ในการส่งหรือโอนข้อมูลของท่านไปยังต่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใด ๆ บริษัทจะปฎิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
9. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
10. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้มาติดต่อ
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อ (“ท่าน”) และมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเรา และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ในการนี้เราจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้มาติดต่อ เพื่ออธิบายถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล และวัตถุประสงค์ที่เราได้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของคุณ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทมีความจําเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ตำแหน่ง เป็นต้น
     ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล สถานที่ทำงาน เป็นต้น
     ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดกรองประวัติสุขภาพ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโดยตรงจากคุณผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับเราไว้โดยตรง : บริษัทเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเอกสาร หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรืออาจให้คุณกรอกข้อมูลลงในบันทึกของผู้มาติดต่อ (visitor records) หรือกรอกข้อมูลลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทางเราได้กำหนด การส่งมอบเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของคุณปรากฏอยู่มาให้กับเรา รวมทั้งภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของเรา โดยเราจะปฏิบัติตามประกาศความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิดด้วย
     ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากบุคคลภายนอก : บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สาม และ/หรือบุคคลอื่นใดที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล หรือผู้ประมวลผลข้อมูล โดยบริษัทเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลเหล่านั้น เป็นผู้มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีสิทธิเปิดเผยให้แก่บริษัทได้ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการได้รับข้อมูลมาจากช่องทาง เสิร์ชเอนจิน โซเชียล มีเดีย หน่วยงานราชการ บุคคลภายนอกอื่น ๆ เป็นต้น
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานหน้าที่ตามกฎหมาย ฐานสัญญา ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
     - เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญากับบริษัท เช่น เมื่อท่านเข้ามาติดต่อบริษัทเพื่อให้ดำเนินการใด ๆ
     - เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมการเข้าถึงอาคาร บริเวณภายในอาคาร และอินเทอร์เน็ต
     - เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย การป้องกันและการตรวจจับอาชญากรรม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวนทั้งกรณีมาตรการภายในบริษัท และการดำเนินการของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย
     - เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เช่น การติดต่อในกรณีฉุกเฉิน การควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
     - เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฎระเบียบ และคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่รัฐ
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสมเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ตามข้อ 3 ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับท่าน หรือระยะเวลาที่บริษัทยังมีการให้สิทธิประโยชน์แก่ท่าน และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในบริษัท
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 10. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
     สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
     สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
     สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
     สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
     สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
     สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูล รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือการขายกิจการ หรือการถ่ายโอนสินทรัพย์อื่น ๆ โดยฝ่ายที่รับโอนต้องปฏิบัติกับข้อมูลของคุณในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายนี้ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามความยินยอมของคุณ หรือตามกฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไป
     - ผู้บริหารและพนักงานเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็น
     - ผู้ให้บริการและผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหาร จัดการ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัท หรือร่วมกับบริษัทเพื่อดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เช่น ผู้ให้บริการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ผู้ตรวจสอบ หน่วยงานของรัฐ และบุคคลอื่นที่จำเป็นเพื่อให้เราสามารถดำเนินการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ได้
     - บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่คุณให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้น ๆ
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ PDPA กำหนด โดยในบางกรณีบริษัทอาจขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศดังกล่าว
9. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
10. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับข้อมูลกล้องวงจรปิด
     บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการกำกับดูแล และการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของบรษัท ที่มีกิจกรรมการใช้กล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับข้อมูลกล้องวงจรปิดฉบับนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้กล้องวงจรปิด ดังต่อไปนี้
1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านระบบกล้องวงจรปิดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ โดยจะจัดวางป้ายเตือนว่ามีการใช้งานกล้องวงจรปิด เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเมื่อคุณเข้ามายังพื้นที่ ดังต่อไปนี้
     ภาพนิ่ง
     ภาพเคลื่อนไหว
     ภาพทรัพย์สินของคุณ เช่น พาหนะ กระเป๋า หมวก เครื่องแต่งกาย เป็นต้น
     ทั้งนี้ เราจะไม่ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่อาจล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของคุณจนเกินสมควร เช่น ห้องพัก ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือสถานที่เพื่อใช้ในการพักผ่อนของผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้นโดยกล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่งของบุคคลทุกคน ที่เข้ามาในพื้นที่ภายใต้การควบคุมดูแลทั้งภายใน และโดยรอบสถานที่ของบริษัท
2. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
     บริษัทติดตั้งและใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) สำหรับการบันทึกภาพภายใน และโดยรอบบริเวณของอาคาร สถานที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยของสถานที่ ทรัพย์สิน สุขภาพ และชีวิต โดยบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ลูกค้า ลูกจ้าง ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ หรือบุคคลใดๆ ที่เข้ามายังพื้นที่มีการเฝ้าดูแลผ่านการใช้งานกล้องวงจรปิดดังกล่าว บริษัทเริ่มดำเนินการบันทึกภาพจากระบบกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป หรือวันที่มีการติดตั้งและเปิดใช้งานระบบจริงในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ การบันทึกภาพจะดำเนินการต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่
3. วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
     - เพื่อคุ้มครองหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินต่าง ๆ
     - เพื่อคุ้มครองและป้องกันสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินจากความเสียหาย การถูกรบกวน การถูกทำลาย และอาชญากรรมอื่นๆ
     - เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม และการดำเนินการเพื่อการยับยั้งอาชญากรรม
     - เพื่อช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางวินัยหรือการร้องทุกข์
     - เพื่อช่วยเหลือในการสอบสวนหรือกระบวนการที่เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส
     - เพื่อการปฏิบัติงานของพนักงาน
     - เพื่อการปฏิบัติงานของพนักงาน
     - ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต โดยการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
     - ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุข้างต้น
     - ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ซึ่งการใช้กล้องวงจรปิดเป็นมาตรการที่สำคัญที่ช่วยให้ปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านี้ได้
4. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่มีการบันทึก เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้นานกว่านั้นตามกรณีที่ระบุในข้อ 3.2
     บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการจัดการข้อพิพาทหรือกระบวนการทางกฎหมายซึ่งอาจเกิดขึ้น
     หากหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจทำลาย ลบ นำออกจากระบบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
     เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษา หรือเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งไว้ บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยใช้วิธีการที่ปลอดภัยและไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้ เช่น การลบข้อมูลออกจากระบบบันทึกภาพโดยอัตโนมัติ การทำลายสื่อบันทึกข้อมูลตามมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
     ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิ และสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดในข้อ 10. ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน มีรายละเอียด ดังนี้
     สิทธิในการขอถอนความยินยอม
     ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
     สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง และ/หรือรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของท่าน ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่การใช้สิทธิของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
     สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
     สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
     สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
     ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านในกรณี ดังนี้
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
     - ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     - เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ท่านมีความประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป เพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
     - เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
     สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
     หากท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขเพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
     สิทธิในการร้องเรียน
     ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้บริษัทมีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น
     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดตามให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือตามที่กฎหมายให้แก่บุคคลและหน่วยงาน ดังต่อไปนี้อนุญาตให้เปิดเผยได้
     - บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระบบกล้องวงจรปิดไว้เป็นความลับ อย่างไรก็ดี บริษัทอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทลูก บริษัทในเครือ หรืออาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม และ/หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้น
     - บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่งคนปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
     ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ PDPA กำหนด โดยในบางกรณีบริษัทอาจขอความยินยอมเจ้าของข้อมูลสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศดังกล่าว
9. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
     ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
10. วิธีการติดต่อ
     หากท่านมี ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ดังนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล / เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์: 02-791-0111
อีเมล: dpo@pdgth.com